ไร่ชาบ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ไร่ชา1

บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้ บ้านรักไทยยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สนุกสนาน เช่น พาเข้าไปชม “คุกดิน” การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งพม่า ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดอีกด้วย

ไร่ชา

การเดินทาง 

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง จากเมืองแม่ฮ่องสอน มุ่งสู่บ้านรักไทย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 (ไปปาย)เส้นทางสายเหนือ แยกเข้าซ้ายประมาณ กิโลเมตรที่ 8 แยกเข้า หมู่บ้านกุงไม้สัก ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง เส้นทางเป็นเขาสูงชัน ต้องใช้ความชำนาญในการขับ รถต้องเติมน้ำมันให้พร้อม (ไม่มีปั๊มบนดอย) ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย 44 ..

จากอำเภอปาย ผ่าน อ.ปางมะผ้า และจะผ่าน ถ้ำปลา โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แยกเข้าขวาเลยถ้ำปลามาสัก 1 .. แยกเข้า หมู่บ้านหมอกจำแป่ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง

รถโดยสาร ประจำทาง

หน้าตลาดสด เมืองแม่ฮ่องสอน มีรถปิคอัพสองแถว สีเหลือง สังเกตุป้าย จะเขียนว่าแม่ออ รักไทย รถออกวันละประมาณ 2 เที่ยว ค่าโดยสาร 150 บาท

 

10 โรงแรมหน้าหนาว ที่หนาวนี้พลาดไม่ได้

10 โรงแรมหน้าหนาว ที่หนาวนี้พลาดไม่ได้ หน้าหนาวนี้อยากไปเที่ยวที่ไหนลองดูได้เลย

 1.ปานวิมาน รีสอร์ท เชียงใหม่

panviman chiang269_h_overview1

ปานวิมาน เชียงใหม่ สปา รีสอร์ท ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาเขียวขจี แวดล้อมไปด้วยพืชพันธุ์เมืองร้อนเขียวชะอุ่ม สวน และไม้ดอกนานาชนิด รีสอร์ทตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ อำเภอที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์มากมาย และอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ และสนามบินเชียงใหม่ 45 กิโลเมตร
ปานวิมาน เชียงใหม่ สปา รีสอร์ท ให้บริการห้องพักสไตล์บูทีคหรูหรา ผสมผสานความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์แกะสลักแบบล้านนา รวมถึงวัสดุตกแต่งเช่นภาพเขียน และผ้าทอบอกเล่าเรื่องราว และตัวตนความเป็นล้านนาได้อย่างมีเสน่ห์น่าสนใจ นอกจากนี้ปานวิมาน รีสอร์ท ได้เติมเต็มวันพักผ่อนของคุณให้สมบูรณ์แบบด้วย สปาหรูใกล้ชิดธรรมชาติ ห้องอาหาร และกิจกรรมสำหรับวันพักผ่อนอีกมากมาย

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Panviman%20Chiangmai%20Spa%20Resort&menu=Hotel%20Overview&lang=th

2.เดอะ เซนส์ รีสอร์ท เขาค้อ

the sense resor362_h_overview1

เดอะ เซนส์ รีสอร์ท เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เชิญคุณสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายกายใจกับอากาศเย็นสดชื่น แล้วตื่นตาตื่นใจไปกับทะเลหมอกยามเช้า และแสงทไวไลท์ยามเย็น

เดอะ เซนส์ รีสอร์ท รีสอร์ทหรู แบบวิลล่าได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น ด้วยวัสดุธรรมชาติ พิถีพิถันด้านการออกแบบ ปลูกสร้าง เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างแสนสบาย บนมุมมองที่สามารถชื่นชมทัศนียภาพแสนสวยของเขาค้อได้โดยไร้สิ่งบดบัง รีสอร์ทเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เพื่อให้ความงามของสิ่งปลูกสร้าง และความงามของธรรมชาติ อยู่คู่กันได้อย่างกลมกลืน ลงตัว รีสอร์ทเปิดให้บริการห้องพัก 2ประเภท แบ่งเป็น อีโรติค เซนส์ วิลล่า 8 หลัง และ แซมเปิ้ล เซนส์ วิลล่า 4 หลัง ห้องพักตกแต่งสวยงาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักมีระเบียงส่วนตัว พร้อมให้คุณได้ชื่นชมกับทัศนียภาพอันน่าตื่นตะลึงของเขาค้อยามเช้า สัมผัสวันพักผ่อนล้ำค่า ประทับในความทรงจำที่ เดอะ เซนส์ รีสอร์ท เขาค้อ

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=The%20Sense%20Resort%20Khao%20kho&menu=Hotel%20Overview&lang=th

3.ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค

phukaew resort378_h_overview0

เปิดประสบการณ์วันพักผ่อนท่ามกลางดินแดนขุนเขาทอดยาวลดหลั่นไกลสุดสายตา ยามเช้าโอบล้อมด้วยหมอกขาวเย็นสดชื่นรับอากาศบริสุทธิ์พร้อมให้คุณสัมผัสชั่วโมงแห่งความสุข สนุกสนาน ที่ ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค
ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาเขียวขจี ของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สูงกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ผู้มาเยือนจึงได้สัมผัสกับบรรยากาศสดชื่น เย็นสบาย ใกล้ชิดธรรมชาติ รีสอร์ทเปิดให้บริการบ้านพักสไตล์ บ้านเมืองหนาว ปลูกเรียงรายบนเนินเล็กๆ สวยงาม โดดเด่นด้วยสีหวาน บ้านพักแต่ละหลังตกแต่งน่ารัก อบอุ่น ทุกหลังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่
นอกจากที่พักแสนสบาย ทางรีสอร์ทยังเปิดให้บริการกิจกรรมกลางแจ้งแนวผจญภัย เพื่อให้วันพักผ่อนของคุณเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นล่องแก่ง ปีนหน้าผา โล้ชิงช้า เหินเวหาข้ามน้ำ รถเลื่อนภูเขา พายเรือแคนู และเครื่องเล่นนำเข้าจากต่างประเทศอีกหลายชนิด เติมเต็มความสมบูรณ์แบบของวันพักผ่อนของคุณที่ ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Phukaew%20Resort%20and%20Adventure%20Park&menu=Hotel%20Overview&lang=th

4.โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท

mer3160ex.120240_xx

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 26 ไร่ริมฝั่งแม่น้ำกก ภายใต้ร่มเงาของต้นจามจุรีคู่อายุกว่า 100 ปี ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนให้กับผู้มาเยือน ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 159 ห้อง ทั้งห้องธรรมดาและห้องสวีท โดดเด่นด้วยดีไซน์เก๋ไก๋ สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานกับศิลปะอันอ่อนช้อยของล้านนาได้อย่างลงตัว กระจายตัวอยู่ตามชั้นต่างๆ ของอาคารซึ่งมีความสูงไม่มากนัก พร้อมระเบียงกว้างเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำกก และสวนสวยของรีสอร์ทฯ ได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Le%20M%C3%A9ridien%20Chiang%20Rai%20Resort&menu=Hotel%20Overview&lang=th

5.แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิ้ล

Screenshot_1

แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิ้ล เป็นรีสอร์ทเล็กๆ ท่ามกลางทำเลที่สมบรูณ์แบบในตัวอำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  จากตัวเมืองเชียงใหม่เข้ามาเพียง30 นาที  ภายใต้เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ  สิ่งปลูกสร้างภายในรีสอร์ทเป็นรูปแบบการผสมผสานในรูปแบบของสถาปัตยกรรมสมัย ใหม่กับความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบ  ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขาลดหลั่นระดับกันเป็นชั้นๆลงมาหาบริเวณน้ำตก ที่ไหลผ่านด้านข้างรีสอร์ทที่ไหลผ่านมาจากน้ำตกแม่สา ไหลเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านโขดหินและตกลงสู่แอ่งน้ำธรรมชาติเน้มการก่อสร้างให้เกิดพื้นที่ใช้สอย ให้มากที่สุดโดยไม่ทำลายธรรมชาติและโครงสร้างของพื้นที่เดิม   ด้วยเสน่ห์ของเสียงน้ำตกธรรมชาติที่ให้คุณได้สัมผัสและเข้าถึงความสดชื่น รื่นรมย์  ให้ ความรู้สึกผ่อนคลาย สงบ สบาย เพิ่มความรู้สึกที่สุนทรีในการพักอาศัย พร้อมทั้งบริการแนะนำการท่องเที่ยวตามสไตล์ที่คุณเลือกได้หลายหลายรูปแบบ เช่นการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ หมู่บ้านชาวเขา น้ำตกแม่สา สวนสิริกิตต์  ฟาร์มงูแม่สา ฟาร์มกล้วยไม้ ปางช้างแม่สา และอื่นๆ อีกมากมาย  หรือจะเป็นกิจกรรมสุดท้าทายให้ท่านได้ลองพิสูจน์ความกล้า ไม่ว่าจะเป็นบันจี้จั๊ม   มอเตอร์คาร์หรือมอเตอร์ไซด์ไต่เขาชมธรรมชาติ  ซอฟท์บอล หรือล่องแก่งน้ำธรรมชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=At%20Nata%20Chiangmai%20Chic%20Jungle&menu=Hotel%20Overview&lang=th

6.บ้านอ้อมกอดขุนเขา

baan_aomkodkunk108_gallery3_9

บ้านอ้อมกอดขุนเขา” ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ห่างจากกรุงเทพฯ 170 กม.โดยประมาณ  เปิดให้บริการบ้านพัก ในบรรยากาศอันแสนจะอบอุ่นเป็นกันเอง ร่มรื่นเงียบสงบโอบล้อมไปด้วยขุนเขาซึ่งทอดตัวยาวล้อมรอบบริเวณบ้านพัก สดชื่นเหมือนเติมพลังชีวิตไปกับ ธรรมชาติ อันแสนบริสุทธิ์ ที่ “บ้านอ้อมกอดขุนเขา”

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Baan%20Aomkodkunkao&lang=th

7.เวียง ธารา วิลล่า

10300672_472741532861746_6450511817608616426_n

ท่ามกลางทัศนียภาพแสนสวย โอบล้อมด้วยขุนเขา ทุ่งข้าว และสายหมอกยามเช้า เวียง ธารา วิลล่า นำคุณสัมผัสประสบการณ์วันพักผ่อนแสนสุขดั่งหยุดเวลาไว้ หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ สู่วันพักผ่อนที่เงียบสงบ ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติบริสุทธิ์

เวียง ธารา วิลล่า เปิดให้บริการวิลลา และบังกะโลสำหรับพักผ่อน ท่ามกลางทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ และธรรมชาติบริสุทธิ์ของวังเวียง เวียงจันทร์ ประเทศลาว วิลล่าตกแต่งสวยงามสไตล์บูทีค ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ ร่วมเก็บประสบการณ์วันพักผ่อนแสนประทับใจ ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่คงความเรียบง่าย และงดงามไว้ ที่ เวียง ธารา วิลล่า วังเวียง

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Vieng%20tara%20villa&menu=Hotel%20Overview&lang=th

8.เฮอร์ กลอรี่ วาเคชั่น วิลล่า

10406823_733985230019332_2618359369810754474_n

ท่ามกลางทิวเขาน้อยใหญ่ลดหลั่นไล่ระดับทอดยาวไกลสุดสายตา เฮอ กลอรี่ วาเคชั่น วิลล่า ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนเนินยกระดับ วิลล่าหลังงามวิจิตรได้รับการรังสรรค์ตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลี งดงามราวกับจำลองภาพบรรยากาศของแคว้นทัสกานีมาไว้ ณ ตรงหน้า

เฮอ กลอรี่ วาเคชั่น วิลล่า ให้บริการบ้านพักตากอากาศบนพื้นที่กว่า 1 ไร่ บนถนนธนะรัชต์ กิโลเมตร 17 .นครราชสีมา ที่นี่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดแสนโรแมนติค กับทัศนียภาพงดงามตระการตาของท้องทุ่งเขียวขจี และเทือกเขาน้อยใหญ่เป็นฉากหลัง ตัววิลล่าตกแต่งอย่างประณีตด้วยศิลปะแบบยุโรป อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแคว้นทัสกานี ในประเทศอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นสีส้มของอิฐเผา หรือสีเหลืองของตัวอาคาร ที่ล้วนดึงคุณสู่กลิ่นอายการพักผ่อนในแคว้นทัสกานีบริเวณรอบๆ วิลล่าร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่ได้รับการตกแต่ง และจัดวางอย่างดี พร้อมชุดเก้าอี้เล็กๆน่ารัก ให้คุณได้นั่งพักผ่อน ดื่มด่ำบรรยากาศสวนสวย และธรรมชาติที่รายล้อมได้อย่างใกล้ชิด สัมผัสช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนแสนโรแมนติค และใช้ช่วงเวลาพักผ่อนแสนพิเศษ กับคนพิเศษของคุณได้ที่ เฮอ กลอรี่ วาเคชั่น วิลล่า

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Her%20Glory%20Vacation%20Villa&menu=Hotel%20Overview&lang=th

9.เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่

the_greenery_re369_gallery7_1

ให้ทุกชั่วโมงของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินใจ รายล้อมคุณด้วยความสุข และความผ่อนคลาย จากธรรมชาติบริสุทธิ์ ห้องพักแสนอบอุ่น สิ่งอำนวยความสะดวก และกิจกรรมหลากหลายที่ เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท ให้บริการห้องพักตกแต่งหรูหราสไตล์ contemporary เงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับวันพักผ่อนของครอบครัว และผู้รักธรรมชาติ ชื่นชอบการพักผ่อนท่ามทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขา และความเขียวขจีของพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งยังสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมหลากหลายที่สระว่ายน้ำ สปา และร้านอาหาร นอกจากนี้รีสอร์ทยังเหมาะสำหรับการจัดประชุมสัมมนา สำหรับหมู่คณะอีกด้วย

เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท รีสอร์ทตั้งอยู่ใจกลางเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 2 ชั่วโมง ให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ เข้าสัมผัสความบริสุทธิ์ของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มที่ เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=The%20Greenery%20Resort%20Khao%20Yai&menu=Hotel%20Overview&lang=th

10.เบลล์ วิลล่า รีสอร์ท ปาย

10353092_816261005107457_4816084875808824967_n

เบลล์ วิลล่า รีสอร์ท ปาย, ตามหาดินแดนแห่งความสุขที่หลบซ่อนอยู่ที่ปาย ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมงจากตัวเมืองเชียงใหม่ คุณจะได้พบกับเมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว ด้วยกระแสของข้อมูลที่กล่าวถึงความสวยงามของธรรมชาติ และเทือกเขาล้อมรอบ ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าเพื่อเรียกคืนความสดชื่นให้กับผู้มาเยือน

เบลล์ วิลล่า รีสอร์ท ปาย, ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียงนิด เป็นรีสอร์ทในสไตล์บูติก อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และท้องทุ่งนาอันเงียบสงบ ที่นี่เรารอคอยให้คุณได้มาผ่อนคลายไปกับบรรยากาศสดชื่น พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชม “ถ้ำผีแมน” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen in Thailand หรือสำรวจวิวที่สวยงามจากปายแคนยอน เสน่ห์ดึงดูดของปายที่จะทำให้คุณไม่ลืมที่จะกลับมาอีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://hotelandresortthailand.com/hotel.php?name=Belle%20Villa%20Resort%20Pai&menu=Hotel%20Overview&lang=th

เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีเมืองไทย เพียงปีละครั้ง ที่ภูกระดึง จังหวัดเลย

ใบเมเปิ้ลที่ภูกระดึง

ฤดูหนาวใกล้เข้ามาเยือนแล้ว หลายคนกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว พักผ่อนคลายในบรรยากาศดีๆกับคนรู้ใจ ทาง HotelandResort แนะนำหนึ่งในสถานที่ Unseen Thailand ที่พลาดไม่ได้กับการชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี ที่ภูกระดึง จังหวัดเลย

 ae0b980e0b8a1e0b980e0b89be0b8b4e0b989e0b8a5e0b8a0e0b8b9e0b881e0b8a3e0b8b0e0b894e0b8b6e0b8871

7c086eb7b80e51c0e3f3f67659bd8b4a

ใบเมเปิ้ลที่ภูกระดึงจะบานเพียงครั้งเดียวเท่านั้นต่อปี ซึ่งช่วงเวลาที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีคือช่วงเดือนธันวาคม จุดที่เห็นใบไม้เปลี่ยนสีในมุมมองที่สวยงามที่สุดคือ บริเวณน้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกผาน้ำผ่า น้ำตกขุนพอง

 

ข้อมูลการเดินทาง สู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม อุทยานแห่งชาติ ภูกระดึง นั้น คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็ก 250 บาท และ ค่าจ้างลูกหาบ ราคากิโลกรัมละ ไม่เกิน 30 บาท

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม การท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ภูกระดึง คงคุณค่าอย่างยั่งยืน อาทิ การลด ปริมาณขยะ การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การเข้าร่วม โครงการอาสา สมัคร พิทักษ์ภูกระดึง และโครงการ มัดจำ บรรจุภัณฑ์

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภดภูกระดึง จังหวัดเลย ได้รับการประกาศ จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2505

 

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯเลย ลงรถที่ผานกเค้า จากนั้นต่อรถสองแถว เข้าอุทยาน แห่งชาติ ภูกระดึงอีกที

 

เดินทางโดยรถยนต์

เส้นทางแรกใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ตรงไปยังสระบุรี จากนั้นตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งสู่เพชรบูรณ์ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 12 จนถึงหล่มสัก ใช้เส้นทางสายหล่มสักชุมแพ เมื่อผ่านอำเภอคอนสาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ที่มุ่งสู่จังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยาน แห่งชาติภูกระดึง

เส้นทางที่สองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาไปตาม ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านนครราชสีมา ตรงไปขอนแก่น ถึง ขอนแก่นเลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เลยชุมแพ ก่อนถึง อำเภอคอนสาน เลี้ยวขวาเข้า ทางหลวง หมายเลข 201 ที่ไปจังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้า ทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยาน แห่งชาติภูกระดึง

เส้นทางที่สามใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาไปตาม ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านอำเภอ ปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 201 ผ่านสีคิ้ว ผ่านจังหวัด ชัยภูมิ ผ่านอำเภอภูเขียว เลี้ยวซ้ายเข้า ทางหลวง หมายเลข 12 ผ่านอำเภอ ชุมแพ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ที่ไปจังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยาน แห่งชาติภูกระดึง

 

ที่พักบนภูกระดึงก่อนที่ภูกระดึง จะอวดโฉม ให้ยลความงามอีกครั้ง วางแผนการเดินทางและ จองที่พัก เสียแต่เนิ่นๆ ทางอุทยานฯ เปิดให้จองที่พัก ล่วงหน้าได้ 60 วัน จะจองออนไลน์ หรือทางโทรศัพท์ก็ได้ แล้วแต่ไม่ว่ากัน

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว และพักค้างคืน บนยอดภูกระดึง ควรวางแผนการเดินทาง และ สำรองที่พัก ล่วงหน้า เพราะมีการ กำหนด จำนวนนักท่องเที่ยว เพียงวันละ 5,300 คน (ข้างบนยอดภูกระดึง 5,000 คน และ ที่พักบริเวณ ศูนย์ บริการด้าน ล่างอีก 300 คน) เบอร์โทร ติดต่อ สำรองที่พักของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 02-562-0760

 

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่

วัดถ้ำเสือ (กระบี่)

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร มีพื้นที่รอบวัดประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ หุบเขาและยอดเขา โดยที่ชื่อวัดนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเนื่องจากในอดีตเคยมีเสืออาศัยอยู่ และภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ และส่วนที่มาของวัดนี้มาจากพระธุดงค์ที่เดินทางจาริกไปเพื่อหาสถานที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม มาอาศัยอยู่ตามถ้ำ และมีชาวบ้านที่ศรัทธาตามมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นวัดในเวลาต่อมา

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

สวรรค์ของนักท่องเที่ยว “เกาะกูด” จ.ตราด

koh kood

เกาะกูด เกาะใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดตราด ด้วยหาดทรายยาวสีขาวละเอียดทอดยาว น้ำทะเลใสมองเห็นปลาแหวกว่าย เหมาะแก่การเล่นน้ำ นับเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยมี ภูเขาและที่ราบสันเขา ซึ่งเป็นต้นกำเนิด สายน้ำ ลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง นอกจากนี้ บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นหาดทราย และทะเลน้ำใสมากมาย ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อน ทั้งยังมี ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และแนวปะการังนานาชนิด

สถานที่น่าสนใจบนเกาะกูด

  • อ่าวกล้วย หาดทรายขาวละเอียด
  • อ่าวยายเกิด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม เป็นจุดชมนกชนิดต่างๆ ของเกาะกูด
  • อ่าวตะเภา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะกูด
  • อ่าวสลัด เป็นชุมชนชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเกาะ เป็นต้น
  • น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกขนาดเล็กบนเกาะ

พลาดไม่ได้กับการดำน้ำตื้น

อำเภอเกาะกูดประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยรวม 24 เกาะ ซื่งเหมาะกับการดำน้ำอย่างยิ่ง โดยแบ่งเป็น 3 หมู่เกาะ หมู่เกาะกูด มี 3 เกาะ ได้แก่ เกาะกูด เกาะแรด และเกาะไม้ชี้ หมู่เกาะหมาก มี 9 เกาะ ได้แก่ เกาะหมาก เกาะระยั้งใน เกาะระยั้งนอก เกาะผี เกาะขาม เกาะกระดาด เกาะนก เกาะนอก และเกาะใน หมู่เกาะรัง มี 12 เกาะ ได้แก่ เกาะรังใหญ่ เกาะรังเล็ก เกาะตุ๊น เกาะกระ เกาะเทียน เกาะทองหลาง เกาะมะปริง เกาะยักษ์ เกาะกำปั่น เกาะใหญ่ เกาะกลาง

การเดินทาง

เรือไม้
          • เที่ยวไป เรือออกจากท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น. ถึงเกาะกูด ท่าเรือสะพานน้ำลึก เวลา 14.00 น.
• เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 200 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-9069-1031, 08-9096-9005

เรือเร็ว
          • เที่ยวไป มีเรืออ อกจากท่าเรือแหลมศอกไปเกาะกูด (เรือจอดที่ท่าเรือบางเบ้า) ทุกวัน วันละ 1 เที่ยว เวลา 13.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือแหลมศอก เวลา 10.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 550 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860
เรือเฟอร์รี่
          • เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือด่านเก่า (ท่าโชคสาคร) วันละ 1 เที่ยว เวลา 8.00 – 10.30 น.
• เที่ยวกลับ มีเรือออกจากเกาะกูด เวลา 11.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 400 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเรือโดยสารของบริษัท เกาะกูด ซีทรานส์ จำกัด โทร. 0-3959-7646, 08-1444-9259 อัตราค่าโดยสารไป – กลับ คนละ 700 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที มีเรือออกจากท่าเรือแหลมงอบ (ท่าเทียบเรือกระโจมไฟ) วันอังคาร วันศุกร์ และวันเสาร์ เวลา 09.00 น. ถึงเกาะกูดเวลา 11.30 น.

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ80 ก.ม มีลักษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

 

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศสร้าง ในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำเป็น 109เมตร ใช้ทอง คำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือน อยู่บนวิมานแดนสวรรค์

 

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ

ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร

ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์

ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสม ถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรี เคยบำเพ็ญธรรมมา

ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

 

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลี ที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กินบริเวณยอดภูหลายลูก จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ และปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ และกระแสลมบน ขณะที่ในบางเช้าก็มีทะเลหมอกขนาดใหญ่ กินบริเวณกว้างทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นทะเลหมอกที่ใกล้กับผู้ชมมากที่สุด เพราะหมอกทั้งหมดมาออกันอยู่ด้านข้างจุดกางเต็นท์นั่นเอง

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

นาขั้นบันได “บ้านแม่กลางหลวง” จ.เชียงใหม่

ทุ่งนา

“บ้านแม่กลางหลวง” ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดอันเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น บนดอยอินทนนท์ เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่ากระเหรี่ยง ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ณ บ้านแม่กลางหลวงมีนาขั้นบันไดสีเหลืองทองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นฉากการถ่ายทำละคร และภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง

ช่วงเวลาชมนาขั้นบันไดจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่
– ก.ย. – กลาง ต.ค . ช่วงหน้าฝนต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางๆในฤดูฝน
– ปลาย ต.ค. – ต้นพ.ย. เป็นช่วงที่ต้นข้าวออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืออร่ามงดงามยิ่งนัก

 

การเดินทาง 

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว 
สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง อำเภอ สันป่าตอง และอำเภอจอมทอง เป็นระยะทาง 50 กิโลเมตรโดยประมาณแล้วเดินทาง ต่อไปตามเส้นทาง อำเภอจอมทอง อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงหมายเลข 1009) อีกประมาณ 26 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านแม่กลาง หลวง
2. โดยรถประจำทาง
– จากกทม. นั่งรถสายกทม.-จอมทอง มีทั้งรถ ปอ. 1และ ปอ.2 หลังจากนั้นต่อรถสองแถวที่อ.จอมทอง
– จากจอมทองนั่งรถสายจอมทอง – แม่แจ่มค่าโดยสาร 80 บาท เป็นรถสองแถวสีเหลือง คิวรถอยู่ที่ข้างวัดพระธาตุ ศรีจอมทอง รถจะออกต่อเมื่อมีผู้โดยสารเต็ม รถจะผ่านเข้าเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บอกคนขับว่า ลงก.ม. ที่ 26 บ้านแม่กลางหลวง หลังจากนั้นเดินเข้าไปในหมู่บ้านอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึง บ้านแม่กลางหลวง

เริ่มจากเชียงใหม่
– จากเชียงใหม่นั่งรถไปลงอาเขต
– จากอาเขต ขึ้นรถแดงไปลงประตูเชียงใหม่ 20 บาท
– จากประตูเชียงใหม่สายเชียงใหม่ – จอมทองค่าโดยสาร 35 บาท แล้วมาลงที่จอมทอง

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

“ดอยหลวงเชียงดาว” หรือ “ดอยเชียงดาว” จ.เชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว

“ดอยหลวงเชียงดาว” หรือ “ดอยเชียงดาว” เป็นภูเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศ ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝาง ดอยหลวงเชียงดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม การเดินทางสู่เขาสูงแห่งนี้ค่อนข้างลำบาก แต่ทว่าทัศนียภาพด้านบนคุ้มค่ากับการเดินทางเสียจริง จุดเด่นที่สุดคือวิวทิวทัศน์ที่แสนสวยงาม ธรรมชาติบริสุทธิ์ ละออกหมอกและน้ำค้างยามเช้า รวมไปถึงนกหลากชนิด และดอกไม้ป่านานาพรรณ ยามค่ำคื่นเป็นจุดดูดาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากไม่มีมีแสงไฟคอยบดบังแข่งแสงดาว ดาวที่นี่จึงเปล่งแสงประกายให้คุณเห็นระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

“เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

“เขาช้างเผือก” สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Unseen in Thailand ที่หลายๆคนยังไม่รู้จักเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีความสูงถึง 1,249 จากระดับน้ำทะเล เส้นทางขพิชิตเขาช้างเผือก จะเปิดให้จองได้คือช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อาจจะเปิดช้า หรือปิดเร็วกว่ากำหนด ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี

– ข้อดีของจุดแรกคือ ตอนเช้าจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามกว่า ประมาณว่าออกมานอกเต็นท์ ก็ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้เลย แต่ข้อเสียคือ ตอนเย็นปีนขึ้นจุดสูงสุดแล้ว ตอนขากลับที่พักจะใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยมากกว่า เพราะว่าขากลับจากยอดเขาช้างเผือก เราจะถึงจุดที่สองก่อน ก็สามารถเข้าพักได้เลย แต่ถ้าเราเลือกจุดแรกก็ต้องปีนขึ้นไปพักบนจุดแรก
– ข้อดีของจุดที่สองคือ วันแรกจะไม่เหนื่อยมาก ปีนขึ้นสันคมมีดไปชมวิว เสร็จแล้วก็ปีนลงมาก็ถึงที่พักแล้ว (ไม่ต้องปีนขึ้นอีก)  แต่ข้อเสียคือตอนเช้าวันที่สอง ต้องปีนขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็ลงมาเก็บเต๊นท์ แล้วก็ปีนขึ้นเพื่อกลับอีก
ข้อมูลควรทราบ
– ควรเตียมอุปกรณ์สำหรับเดินป่าและของใช้จำเป็นให้ครบถ้วน
– ทางเดินลาดชัน ที่ต้องปีนป่าย และทรงตัวไปตามทางเดินเล็กๆ และลื่นพอสมควร จุดวัดใจในการขึ้นสู่ยอดเขานั่นก็คือ “สันคมมีด” ที่เป็นสันหินแคบ กว้างไม่ เกิน 1 เมตร สองข้างทางเป็นเหวลาดลงไป ใครจะขึ้นถึงยอดหรือไม่ ก็วัดใจกันตรงนี้นี่แหล่ะ   ถ้าหากผ่านสันคมมีดมาได้ รางวัลที่รออยู่บนยอดเขาช้างเผือกนั้นสามารถทำให้หายเหนื่อยได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นวิวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศา ที่สามารถมองเห็น เขื่อนวชิราลงกรณ์ด้านล่าง และในวันที่ปราศจากเมฆหมอก ทัศนวิสัยดีเยี่ยมจะสามารถมองข้ามไปทางฝั่งประเทศพม่าและมองเห็นทะเลอันดามันได้ด้วย!!!- ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง 700 ค่าลูกหาบ 700 ต่อคน ขนได้ประมาณ 30 กก. ถ้ามากกว่านี้ลูกหาบจะมองหน้าเอา โอนค่าเจ้าหน้าที่นำทางไปก่อน ส่วนค่าลูกหาบค่อยไปจ่ายที่หมู่บ้านปิล๊อก
– เดินทางไปถึงที่ทำการอุทยานทองผาภูมิตอนเช้าประมาณ 7 โมง จ่ายค่าอุทยาน ค่ากางเต็นท์กับเจ้าหน้าที่ก่อน เส้นทางขึ้นอุทยาน ถ้าเหมารถจากตัวเมืองทองผาภูมิมา ก็คงจะมี 2 กรณี กรณีแรกคือขึ้นอุทยานตอนเย็น ต้องขึ้นมาก่อน 6 โมงเย็น ถ้าหลังจากนั้นเส้นทางขึ้นอุทยานอาจเจอช้างป่าได้ กรณีหลังคือ เหมารถขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า นั่นหมายความว่าต้องวางแผนให้ดีว่าจะนอนที่ไหนกัน จะขึ้นตอนเย็นแล้วกางเต็นท์นอนที่อุทยาน หรือ นอนที่ตัวเมืองทองผาภูมิ แล้วค่อยขึ้นอุทยานตอนเช้า แล้วปีนเขาเลย
– เมื่อจ่ายค่าอุทยานและค่ากางเต็นท์(บนเขาช้างเผือก)  ก็อาจจะต้องสำรองเงินสดจ่ายค่าเจ้าหน้าที่ 700 บาท      อ้าวก็โอนค่าเจ้าหน้าที่มาให้แล้วนี่นา  คือ ที่โอนมาเงินอาจจะยังมาไม่ถึง จนท.ที่อุทยาน อาจจะยังอยู่ที่หน่วยช่องเย็น   (ตอนที่เราโทรไปจอง เราจะคุยกับ จนท.ที่หน่วยช่องเย็น เพราะที่อุทยานไม่มีไฟฟ้ากับโทรศัพท์) ถ้าเราสำรองเงินสดจ่ายก่อน 700 ก็อาจจะต้องกลับมารับเงินอีก 700 คืน แต่ไม่รู้ว่าให้ไปรับที่ไหน อาจจะเป็นที่อุทยาน หรือหน่วยช่องเย็นก็ได้
ที่อยู่ : ตู้ ปณ.18 อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี 71180
เบอร์ติดต่อ :  034-532114, 034-510979
เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

เรื่องราวท่องเที่ยว By Hotel&Resort