สวรรค์ของนักท่องเที่ยว “เกาะกูด” จ.ตราด

koh kood

เกาะกูด เกาะใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดตราด ด้วยหาดทรายยาวสีขาวละเอียดทอดยาว น้ำทะเลใสมองเห็นปลาแหวกว่าย เหมาะแก่การเล่นน้ำ นับเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยมี ภูเขาและที่ราบสันเขา ซึ่งเป็นต้นกำเนิด สายน้ำ ลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง นอกจากนี้ บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นหาดทราย และทะเลน้ำใสมากมาย ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อน ทั้งยังมี ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และแนวปะการังนานาชนิด

สถานที่น่าสนใจบนเกาะกูด

  • อ่าวกล้วย หาดทรายขาวละเอียด
  • อ่าวยายเกิด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม เป็นจุดชมนกชนิดต่างๆ ของเกาะกูด
  • อ่าวตะเภา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะกูด
  • อ่าวสลัด เป็นชุมชนชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเกาะ เป็นต้น
  • น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกขนาดเล็กบนเกาะ

พลาดไม่ได้กับการดำน้ำตื้น

อำเภอเกาะกูดประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยรวม 24 เกาะ ซื่งเหมาะกับการดำน้ำอย่างยิ่ง โดยแบ่งเป็น 3 หมู่เกาะ หมู่เกาะกูด มี 3 เกาะ ได้แก่ เกาะกูด เกาะแรด และเกาะไม้ชี้ หมู่เกาะหมาก มี 9 เกาะ ได้แก่ เกาะหมาก เกาะระยั้งใน เกาะระยั้งนอก เกาะผี เกาะขาม เกาะกระดาด เกาะนก เกาะนอก และเกาะใน หมู่เกาะรัง มี 12 เกาะ ได้แก่ เกาะรังใหญ่ เกาะรังเล็ก เกาะตุ๊น เกาะกระ เกาะเทียน เกาะทองหลาง เกาะมะปริง เกาะยักษ์ เกาะกำปั่น เกาะใหญ่ เกาะกลาง

การเดินทาง

เรือไม้
          • เที่ยวไป เรือออกจากท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น. ถึงเกาะกูด ท่าเรือสะพานน้ำลึก เวลา 14.00 น.
• เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 200 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-9069-1031, 08-9096-9005

เรือเร็ว
          • เที่ยวไป มีเรืออ อกจากท่าเรือแหลมศอกไปเกาะกูด (เรือจอดที่ท่าเรือบางเบ้า) ทุกวัน วันละ 1 เที่ยว เวลา 13.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือแหลมศอก เวลา 10.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 550 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860
เรือเฟอร์รี่
          • เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือด่านเก่า (ท่าโชคสาคร) วันละ 1 เที่ยว เวลา 8.00 – 10.30 น.
• เที่ยวกลับ มีเรือออกจากเกาะกูด เวลา 11.00 น.
• อัตราค่าโดยสารคนละ 400 บาท
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเรือโดยสารของบริษัท เกาะกูด ซีทรานส์ จำกัด โทร. 0-3959-7646, 08-1444-9259 อัตราค่าโดยสารไป – กลับ คนละ 700 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที มีเรือออกจากท่าเรือแหลมงอบ (ท่าเทียบเรือกระโจมไฟ) วันอังคาร วันศุกร์ และวันเสาร์ เวลา 09.00 น. ถึงเกาะกูดเวลา 11.30 น.

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ80 ก.ม มีลักษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

 

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศสร้าง ในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำเป็น 109เมตร ใช้ทอง คำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือน อยู่บนวิมานแดนสวรรค์

 

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ

ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร

ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์

ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสม ถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรี เคยบำเพ็ญธรรมมา

ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

 

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลี ที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กินบริเวณยอดภูหลายลูก จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ และปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ และกระแสลมบน ขณะที่ในบางเช้าก็มีทะเลหมอกขนาดใหญ่ กินบริเวณกว้างทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นทะเลหมอกที่ใกล้กับผู้ชมมากที่สุด เพราะหมอกทั้งหมดมาออกันอยู่ด้านข้างจุดกางเต็นท์นั่นเอง

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

นาขั้นบันได “บ้านแม่กลางหลวง” จ.เชียงใหม่

ทุ่งนา

“บ้านแม่กลางหลวง” ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดอันเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น บนดอยอินทนนท์ เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่ากระเหรี่ยง ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ณ บ้านแม่กลางหลวงมีนาขั้นบันไดสีเหลืองทองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นฉากการถ่ายทำละคร และภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง

ช่วงเวลาชมนาขั้นบันไดจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่
– ก.ย. – กลาง ต.ค . ช่วงหน้าฝนต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางๆในฤดูฝน
– ปลาย ต.ค. – ต้นพ.ย. เป็นช่วงที่ต้นข้าวออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืออร่ามงดงามยิ่งนัก

 

การเดินทาง 

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว 
สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง อำเภอ สันป่าตอง และอำเภอจอมทอง เป็นระยะทาง 50 กิโลเมตรโดยประมาณแล้วเดินทาง ต่อไปตามเส้นทาง อำเภอจอมทอง อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงหมายเลข 1009) อีกประมาณ 26 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านแม่กลาง หลวง
2. โดยรถประจำทาง
– จากกทม. นั่งรถสายกทม.-จอมทอง มีทั้งรถ ปอ. 1และ ปอ.2 หลังจากนั้นต่อรถสองแถวที่อ.จอมทอง
– จากจอมทองนั่งรถสายจอมทอง – แม่แจ่มค่าโดยสาร 80 บาท เป็นรถสองแถวสีเหลือง คิวรถอยู่ที่ข้างวัดพระธาตุ ศรีจอมทอง รถจะออกต่อเมื่อมีผู้โดยสารเต็ม รถจะผ่านเข้าเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บอกคนขับว่า ลงก.ม. ที่ 26 บ้านแม่กลางหลวง หลังจากนั้นเดินเข้าไปในหมู่บ้านอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึง บ้านแม่กลางหลวง

เริ่มจากเชียงใหม่
– จากเชียงใหม่นั่งรถไปลงอาเขต
– จากอาเขต ขึ้นรถแดงไปลงประตูเชียงใหม่ 20 บาท
– จากประตูเชียงใหม่สายเชียงใหม่ – จอมทองค่าโดยสาร 35 บาท แล้วมาลงที่จอมทอง

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

“ดอยหลวงเชียงดาว” หรือ “ดอยเชียงดาว” จ.เชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว

“ดอยหลวงเชียงดาว” หรือ “ดอยเชียงดาว” เป็นภูเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศ ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝาง ดอยหลวงเชียงดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม การเดินทางสู่เขาสูงแห่งนี้ค่อนข้างลำบาก แต่ทว่าทัศนียภาพด้านบนคุ้มค่ากับการเดินทางเสียจริง จุดเด่นที่สุดคือวิวทิวทัศน์ที่แสนสวยงาม ธรรมชาติบริสุทธิ์ ละออกหมอกและน้ำค้างยามเช้า รวมไปถึงนกหลากชนิด และดอกไม้ป่านานาพรรณ ยามค่ำคื่นเป็นจุดดูดาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากไม่มีมีแสงไฟคอยบดบังแข่งแสงดาว ดาวที่นี่จึงเปล่งแสงประกายให้คุณเห็นระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com

“เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

“เขาช้างเผือก” สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Unseen in Thailand ที่หลายๆคนยังไม่รู้จักเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีความสูงถึง 1,249 จากระดับน้ำทะเล เส้นทางขพิชิตเขาช้างเผือก จะเปิดให้จองได้คือช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อาจจะเปิดช้า หรือปิดเร็วกว่ากำหนด ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี

– ข้อดีของจุดแรกคือ ตอนเช้าจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามกว่า ประมาณว่าออกมานอกเต็นท์ ก็ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้เลย แต่ข้อเสียคือ ตอนเย็นปีนขึ้นจุดสูงสุดแล้ว ตอนขากลับที่พักจะใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยมากกว่า เพราะว่าขากลับจากยอดเขาช้างเผือก เราจะถึงจุดที่สองก่อน ก็สามารถเข้าพักได้เลย แต่ถ้าเราเลือกจุดแรกก็ต้องปีนขึ้นไปพักบนจุดแรก
– ข้อดีของจุดที่สองคือ วันแรกจะไม่เหนื่อยมาก ปีนขึ้นสันคมมีดไปชมวิว เสร็จแล้วก็ปีนลงมาก็ถึงที่พักแล้ว (ไม่ต้องปีนขึ้นอีก)  แต่ข้อเสียคือตอนเช้าวันที่สอง ต้องปีนขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็ลงมาเก็บเต๊นท์ แล้วก็ปีนขึ้นเพื่อกลับอีก
ข้อมูลควรทราบ
– ควรเตียมอุปกรณ์สำหรับเดินป่าและของใช้จำเป็นให้ครบถ้วน
– ทางเดินลาดชัน ที่ต้องปีนป่าย และทรงตัวไปตามทางเดินเล็กๆ และลื่นพอสมควร จุดวัดใจในการขึ้นสู่ยอดเขานั่นก็คือ “สันคมมีด” ที่เป็นสันหินแคบ กว้างไม่ เกิน 1 เมตร สองข้างทางเป็นเหวลาดลงไป ใครจะขึ้นถึงยอดหรือไม่ ก็วัดใจกันตรงนี้นี่แหล่ะ   ถ้าหากผ่านสันคมมีดมาได้ รางวัลที่รออยู่บนยอดเขาช้างเผือกนั้นสามารถทำให้หายเหนื่อยได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นวิวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศา ที่สามารถมองเห็น เขื่อนวชิราลงกรณ์ด้านล่าง และในวันที่ปราศจากเมฆหมอก ทัศนวิสัยดีเยี่ยมจะสามารถมองข้ามไปทางฝั่งประเทศพม่าและมองเห็นทะเลอันดามันได้ด้วย!!!- ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง 700 ค่าลูกหาบ 700 ต่อคน ขนได้ประมาณ 30 กก. ถ้ามากกว่านี้ลูกหาบจะมองหน้าเอา โอนค่าเจ้าหน้าที่นำทางไปก่อน ส่วนค่าลูกหาบค่อยไปจ่ายที่หมู่บ้านปิล๊อก
– เดินทางไปถึงที่ทำการอุทยานทองผาภูมิตอนเช้าประมาณ 7 โมง จ่ายค่าอุทยาน ค่ากางเต็นท์กับเจ้าหน้าที่ก่อน เส้นทางขึ้นอุทยาน ถ้าเหมารถจากตัวเมืองทองผาภูมิมา ก็คงจะมี 2 กรณี กรณีแรกคือขึ้นอุทยานตอนเย็น ต้องขึ้นมาก่อน 6 โมงเย็น ถ้าหลังจากนั้นเส้นทางขึ้นอุทยานอาจเจอช้างป่าได้ กรณีหลังคือ เหมารถขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า นั่นหมายความว่าต้องวางแผนให้ดีว่าจะนอนที่ไหนกัน จะขึ้นตอนเย็นแล้วกางเต็นท์นอนที่อุทยาน หรือ นอนที่ตัวเมืองทองผาภูมิ แล้วค่อยขึ้นอุทยานตอนเช้า แล้วปีนเขาเลย
– เมื่อจ่ายค่าอุทยานและค่ากางเต็นท์(บนเขาช้างเผือก)  ก็อาจจะต้องสำรองเงินสดจ่ายค่าเจ้าหน้าที่ 700 บาท      อ้าวก็โอนค่าเจ้าหน้าที่มาให้แล้วนี่นา  คือ ที่โอนมาเงินอาจจะยังมาไม่ถึง จนท.ที่อุทยาน อาจจะยังอยู่ที่หน่วยช่องเย็น   (ตอนที่เราโทรไปจอง เราจะคุยกับ จนท.ที่หน่วยช่องเย็น เพราะที่อุทยานไม่มีไฟฟ้ากับโทรศัพท์) ถ้าเราสำรองเงินสดจ่ายก่อน 700 ก็อาจจะต้องกลับมารับเงินอีก 700 คืน แต่ไม่รู้ว่าให้ไปรับที่ไหน อาจจะเป็นที่อุทยาน หรือหน่วยช่องเย็นก็ได้
ที่อยู่ : ตู้ ปณ.18 อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี 71180
เบอร์ติดต่อ :  034-532114, 034-510979
เรียบเรียงโดย www.HotelAndResortThailand.com