10 แหล่งแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์ได้ นอนชิลสัมผัสอากาศหนาว

ฝนเริ่มซา หนาวก็เริ่มจะมาแล้วสินะ พออากาศเริ่มจะหนาวเย็น สิ่งที่อยากจะเห็นตอนที่ตื่นเช้ามากที่สุดก็คงต้องเป็นไอหมอกเย็นๆช่วงพระอาทิตย์ขึ้นใช่ไหมล่ะคะ  แค่นึกถึงก็ฟินแล้ว วันนี้ HotelAndResortThailand มีสถานที่กางเต็นท์ตั้งแคมป์ ท่ามกลางธรรมชาติบนอุทยานมาแนะนำค่ะ จะมีที่ไหนกันบ้างมาดูกันเลย

1. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตสำหรับชาวแคมป์ปิ้งที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว นั่นเองค่ะ มีที่ตั้งอยู่ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์  เป็นอุทยานที่มีที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ถูกปกคลุมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  และอากาศจะเริ่มเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายที่เลยนะคะ  ทั้ง น้ำตกภูสอยดาว

หรือจะเป็นทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า ดอกหงอนนาค ที่ขึ้นอยู่เต็มลานต้นสนในช่วงหน้าฝน ทำให้หลายคนที่ได้มาต่างพากันเข้ามาชมความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว  ที่สำคัญที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้จุดกางเต็นท์ไว้คอยให้บริการอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่ามาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวลำบากเลย

สถานที่ตั้ง :ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

2.อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมไปจนถึงอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมากเลยค่ะ และมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การมากางเต็นท์พักผ่อนสำหรับมาก

ขอบคุณภาพจาก aboutpai

สำหรับอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีลานพื้นที่กางเต็นท์ที่พักถึง 5 แห่งเลยนะคะ ได้แก่ ลานสนดอย, ลานสายหมอก, ลานลมหนาว, ลานลมดอย และลานชมวิว เรียกว่าเลือกมาตั้งแคมป์กันได้สบายๆเลย

ขอบคุณภาพจาก Oknation.net

สถานที่ตั้ง : หมู่ 5 ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

3.อุทยานแห่งชาติพุเตย

หากใครที่กำลังมองหาแหล่งตั้งแคมป์ กางเต็นท์ไม่ไกลจากกรุงเทพ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ อุทยานแห่งชาติพุเตย หรือเรียกอีกชื่อว่า ยอดเขาเทวดา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบที่มีความสวยงาม และอุดมสมบูรณ์

โดยนักท่องเที่ยวมักจะนิยมมากันในช่วงปลายปี และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ภาคเหนือ แต่ที่นี่ก็มีอากาศหนาวและวิวทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติไม่แพ้จังหวัดอื่นๆเลยนะ แบบนี้ต้องชวนแก๊งค์มาแล้วล่ะ

สถานที่ตั้ง : ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

 🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

4.ดอยเสมอดาวอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ขอบคุณภาพจาก SandyHappy

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ที่เขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์มากและเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของจังหวัดน่าน ปกคลุมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน  มีจุดเด่นคือมีวิวที่สวยงาม และมีแหล่งให้ท่องเที่ยวมากมาย

โดยสภาพอากาศจะเริ่มหนาวเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม ถือว่าช่วงนี้จะฮอตเป็นพิเศษเลยนะคะเพราะว่านักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลกันเข้ามาตั้งแคมป์  กางเต็นท์ ดูดาวกันเป็นจำนวนมากเลยล่ะ

สถานที่ตั้ง : ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

 🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

5. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งอยู่ที่ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกันดีนะคะ และที่นี่ก็ถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะมีพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ และผู้คนก็นิยมเข้ามาพักผ่อน และสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติกัน  ภายในอุทยานจะมีบริการบ้านพักและพื้นที่ลานกางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวหลายจุดด้วยกันค่ะ

ได้แก่บริเวณอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน , เขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแคมป์บ้านกร่าง และยังมีกิจกรรมให้เล่นอีกมากมายเลย ทั้งกิจกรรมแอดเวนเจอร์  หรือจะไปนั่งเรือชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำก็ได้ รวมไปถึงการไปตกปลาก็ยังทำได้อีกด้วย

สถานที่ตั้ง : ตำบล แก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน เพชรบุรี

  🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

6.น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น


น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บนเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ตำบลแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นจะมีทั้งหมด 7 ชั้น และยังเป็นเส้นทางในการศึกษาธรรมที่มีความสมบูรณ์ของป่าไม้อีกนะคะ  มีน้ำตกไหลเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากางเต้นท์กันเยอะ ในบริเวณลานกว้าง ที่ทางอุทยานจัดเอาไว้ให้  ซึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการกางเต้นท์จะมีค่าบริการอยู่ที่ 30 บาท ต่อคน/ต่อคืน เท่านั้นเอง เรียกได้ว่า เป็นการมาพักผ่อนและนอนชมวิวได้อย่างคุ้มค่าเลย

สถานที่ตั้ง :ตำบลแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

  🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

7.อุทยานน้ำหนาว เขาค้อ

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตั้งอยู่ที่ อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์  และถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ที่มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาเป็นเนินยอดป้าน มีความสูงตั้งแต่ 650-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยจะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีเลยค่ะ มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 25 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของป่า ทั้งป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะมีการผลัดใบเป็นป่าเปลี่ยนสีที่งดงามมาก

สถานที่ตั้ง : อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 

  🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

8.เขากระโจม

ขอบคุณรูปภาพจาก เที่ยวราชบุรี.com

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบผจญภัยแต่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก “เขากระโจม อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี”  ที่นี่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล  1,045 เมตรและตั้งอยู่ในแนวสุดเขตประเทศไทย  สิ่งที่หลายๆคนที่เคยไปจะจำกันได้ดีก็คือการเดินทางที่มีความสมบุกสมบันเป็นอย่างมาก แต่ถ้าได้ขึ้นไปแล้วล่ะก็คุ้มแน่นอนค่ะ เพราะจะสามารถมองวิวได้อย่างกว้างขวางไปจนถึงพม่าเลยล่ะ แต่ถึงทางขึ้นจะยากลำบากแค่ไหน ในจุดที่กางเต็นท์ก็ยังมีห้องน้ำร้านกาแฟ เอาไว้คอยให้บริการด้วยนะคะ พร้อมทั้งทหารรักษาความปลอดภัย หนึ่งนาย เรียกได้ว่าเที่ยวได้ไม่ต้องกลัวอะไรเลยค่ะ

สถานที่ตั้ง : อำเภอสวนผึ้ง สุดเขตประเทศไทยภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี

 🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

 

9.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์  และมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,820 เมตร เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนชมความงามพร้อมกับสัมผัสธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ที่กว้างขวาง และสำหรับใครที่อยากนอนเป็นบ้านพักที่นี่ก็มีไว้คอยให้บริการด้วยนะคะ

สถานที่ตั้ง : ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

  🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

10.อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก มีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาแดนลาว ซึ่งยาวทอดเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ที่มีระดับความสูงอยู่ที่ 400 – 2,285 เมตร วัดจากระดับน้ำทะเล จนถือได้ว่าเป็นเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้  ในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจะนิยมมาตั้งแคมป์กันเป็นจำนวนมาก เพราะที่นี่จะมีอุณภูมิที่หนาวเย็นอยู่ที่ 14 – 19 องศาเซลเซียส

แต่ถ้าหากอยู่บนยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำที่สุดอยู่ประมาณ 2 องศาเซลเซียสเลยค่ะ  หากใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศหนาวสุดๆล่ะก็ห้ามพลาดกับที่นี่เลย

สถานที่ตั้ง : ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

 🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

หาดสวย เล่นน้ำได้ ใจกลางพัทยา “พัทยา โมดัส บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท”

อยากเห็นหาดสวยๆใจกลางพัทยา ให้ไปดูกันที่หาดวงศ์อมาตย์ หาดนี้น้ำทะเลสวยใส ยิ่งวันไหนแดดดีๆ น้ำทะเลจะฟ้าแจ่มกว่าปกติ ไล่เฉดสีสวยงาม หาดทรายกว้างทอดยาวน่าเดินเล่น และเล่นน้ำได้ด้วย เรียกว่า Top Hit อีกหาดหนึ่งของพัทยา

English version >> http://hotelandresortthailand.com/read/?p=48297

ส่วนโรงแรมที่เราพัก ทำเลดี ติดหาด ห้องพักมองเห็นวิวทะเล “พัทยา โมดัส บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท”

มองเห็นปราสาทสัจธรรมอยู่ใกล้ๆ

เป็นโรงแรมสไตล์ Indurstrial Loft ที่ตกแต่งเก๋ไก๋ ไม่ซ้ำใครในพัทยา ให้ลุคประมาณ มาดเข้ม โก้ หรูหรา

จุดใกล้ๆล็อบบี้มีคาเฟ่เล็กๆสำหรับนั่งทานกาแฟ และขนม

ห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลได้สวยสุดๆ แนะนำเป็นห้องแบบ Deluxe Ocean View ซึ่งตัวระเบียงจะหันหน้าสู่ทะเลเลย ระเบียงกว้างใช้ได้ มีชุดโซฟานั่งพักผ่อน ภายในห้องตกแต่งหรูหรา มีอ่างอาบน้ำ

อยากได้ความแกรนด์ จ่ายเงินเพิ่มอีกนิด ได้ห้อง Premium Pool Acess ซึ่งระเบียงห้องพักจะเชื่อมกับสระว่ายน้ำของโรงแรมเลย

สปามีให้บริการริมสระน้ำ เป็นแบบ outdoor spa

รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำหลายระดับ สระเด็ก สระผู้ใหญ่ สระน้ำวน พร้อมเก้าอี้อาบแดดริมสระ

แสงสีตรงจุดว่ายน้ำยามค่ำคืนสวยมาก

Facilities อื่นๆของรีสอร์ท เรียกว่าครบ เอาใจเด็กๆ ด้วย kids club

และมี E-Zone ที่เด็กโตหน่อยน่าจะชอบ ผู้ใหญ่ก็เข้าไปเล่นได้

สำหรับคนชอบออกกำลังกาย มาทางนี้เลย ฟิตเนส ในบรรยากาศเท่ห์ๆ

ตกเย็นแดดล่มรมตก ขึ้นลิฟท์แก้วของโรงแรมไปชมวิวหาดจากมุมสูงได้ ก็จะเห็นหาดวงศ์อมาตย์ในอีกมุมสวย

แต่สำหรับเรามาเที่ยวแบบนี้ต้องทานให้เต็มที่ อาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ของ “พัทยา โมดัส บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท” คือมาเต็ม ทั้งอาหารไทย และอาหารฝรั่ง ก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยนะ ลองทุกอย่าง อิ่มแบบข้ามมื้อกลางวันไปได้เลย

สรุปว่าเป็นรีสอร์ทที่คุ้มมาก ราคาดี ติดทะเล ทำเลเด็ด อาหารเช้าเยอะมาก เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่าหากอยากพักผ่อนริมหาดวงศ์อมาตย์

 จองห้องพัก/สอบถามเพิ่มเติม
❀ โทร 033 007 888
❀ อีเมลล์: Admin@Pattayamodusbeachfrontresort.Com
❀ เว็บไซต์:  www.pattayamodusbeachfrontresort.com
❀ เฟซบุ๊ค: https://www.facebook.com/PattayaModusBeachfront/
❀ พิกัด: 381/160 Moo 5, Soi Naklua 12, Pattaya-Naklua Road, Banglamung  เมืองพัทยา 20150

» รีวิวโดย www.hotelandresortthailand.com

สุดยอดวัดสวย Unseen Thailand วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี แหล่งพลังความศรัทธากลางเขา

ขอบคุณภาพจาก trueid traval

อีกหนึ่งสุดยอดของความ Unseen Thailand ที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยได้เห็นและรู้จักกันนะคะ กับวัดป่าภูก้อน อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยธรรมชาติ ลำธาร สัตว์ป่าและต้นไม้นานาชนิด ของเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสมค่ะ

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี

“วัดป่าภูก้อน” เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่เห็นถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติซึ่งใกล้จะถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้รวมทั้งพรรณไม้นานาพันธุ์ เพื่อให้เป็นมรดกของคนไทยต่อไป วัดป่าภูก้อน จึงเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน

ขอบคุณภาพจาก www.ttaa.or.th

วิหารของวัดป่าภูก้อน มีความงดงามมากจนทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติมักจะมาเยี่ยมชมกันบ่อยๆค่ะ  มีลักษณะเด่นเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ และด้านในวิหารจะถูกตกแต่งสวยงามตระการตา ซึ่ง จะแฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้าพร้อมกับมีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติอยู่ รอบๆ ผนัง

ขอบคุณภาพจาก trueid traval

ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้นมาและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี

ขอบคุณภาพจาก thailandtopvote

นอกจากพระวิหารและพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อนแล้ว ยังมี พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันถัดมาทางด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางขึ้นบันไดยาวเพื่อเข้ามายังเจดีย์เพื่อเข้าไปสักการะบูชาค่ะ

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

ที่ตั้ง📍 วัดป่าภูก้อน บ้านนาคำ ต.บ้านก้อง อ.นายูง

เวลาเปิดทำการ🕐
วันอาทิตย์  : 05:00 – 17:00
วันจันทร์: 05:00 – 17:00
วันอังคาร: 05:00 – 17:00
วันพุธ: 05:00 – 17:00
วันพฤหัสบดี: 05:00 – 17:00
วันศุกร์: 05:00 – 17:00
วันเสาร์: 05:00 – 17:00

หมายเหตุเวลาทำการ 🔴 วันและเวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

6 จุดชมวิว ที่คนรักหมอกจะต้องหลงรัก @กาญจนบุรี

เริ่มเข้าหน้าฝนแล้วสิ อยากจะไปสัมผัสความสดชื่นของไอหมอกและความเขียวขจีของธรรมชาติที่กาญจนบุรีจังเลย นึกได้แล้วก็เตรียมเก็บกระเป๋าพร้อมขึ้นรถเลยล่ะ แต่ก่อนจะไปเรามาเช็คกันก่อนดีกว่า ว่าจุดไหนที่กาญจนบุรี จะมีหมอกมาให้เราปะทะบ้าง มาเช็คกันเล้ยย!!

‘อีต่อง ปิล็อค’

“หมู่บ้านอีต่อง” หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ในอำเภอทองผาภูมิ เป็นอดีตเหมืองแร่เก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองกว่า 60 เหมือง จนได้ชื่อว่า เหมืองปิล็อค แต่ปัจจุบันทุกๆเหมืองได้ปิดตัวแล้วและทิ้งเอาไว้แค่ตำนานค่ะ

จุดเด่นของที่นี่ก็ต้องเป็นความเงียบสงบของหมู่บ้านและความบริสุทธิ์ของอากาศที่ทำให้ใครหลายๆคนที่ไปติดใจกันทุกรายมีอันต้องไปซ้ำตลอด และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้นสู่ “เขาช้างเผือก” อันโด่งดังของกาญจนบุรีอีกด้วย

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

‘เขาช้างเผือก-เนินช้างเผือก’

“เขาช้างเผือก” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี นับว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิเลย  โดยมีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจมาก มีเส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า และที่สำคัญจุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่สันคมมีดค่ะ ซึ่งจะเป็นสันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียวไปพร้อมกันๆเลย

แต่ถ้าใครคิดอยากจะขึ้นไปต้องอย่าลืมจองล่วงหน้า 7 วันนะคะเพราะที่นี่จะจำกัดจำนวนคนในการขึ้นไปไม่เกินวันละ 60 คนค่ะ ในการจองจะต้องส่งชื่อนามสกุล เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ให้ทางอุทยานฯนะคะ

โดยจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมกางเต็นท์ค้างคืนบนยอดเขา 1 คืน ซึ่งทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่นำทาง และจ้างลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้ค่ะ ใครที่ชอบความท้าทายแบบนี้พลาดไม่ได้แล้วนะ

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

‘เนินช้างศึก’

“เนินช้างศึก” ตั้งอยู่ในตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ ติดชายแดนไทย-พม่า และเป็นที่ตั้งของฐานตชด.เหนือเมฆ หรือฐาน ตชด.ลอยฟ้าค่ะ โดยจุดชมวิวเนินช้างศึกเมื่อได้ขึ้นไปและมองลงมาเบื้องล่างจะเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขาที่สวยงามได้แบบว่ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศาเลย

อีกทั้งยังสามารถมาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า หรือจะชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นก็ย่อมได้เลยรับรองว่าถ้าได้ขึ้นไปชมสักครั้งจะต้องประทับใจแน่นอน

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

‘เขื่อนศรีนครินทร์’

หลายคนอาจจะคุ้นเคยชื่อนี้เป็นอย่างดี “เขื่อนศรีนครินทร์”  ตั้งอยู่ที่ตำบล ท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดกาญจนบุรีอีกแห่งที่มักจะมีนักท่องเที่ยวหลังไหลไปกันมาก  ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนประเภทหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลย และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกเอราวัณด้วยนะคะ

อีกทั้งยังเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลองสร้างขึ้น บนแม่น้ำแควใหญ่ บรรยากาศดีมากๆเลยล่ะค่ะ ต้นไม้ร่มรื่น เห็นวิวท้องฟ้าและภูเขาชัดมากๆ มีจุดให้ได้นั่งเล่นถ่ายรูปกันได้อย่างชิลๆเลย

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

‘เขื่อนวชิราลงกรณ์’

“เขื่อนวชิราลงกรณ์” หรือเดิมทีมีชื่อที่เรียกว่า เขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมดาดคอนกรีตแห่งแรกของไทย โดยสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นแม่น้ำแควน้อย ซึ่งที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถขึ้นไปชมวิวบนสันเขื่อนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยนะคะ

และกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนที่ไปมักจะทำกันก็คือ ล่องแพ แต่ถ้าใครสายชิลอยากจะปลีกวิเวกไปคนเดียว ที่นั่นก็มีเรือคายัคให้เช่าด้วยนะคะ สามารถพายเรือไปชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์กันแบบใกล้ชิดได้เลยล่ะ

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

‘สะพานมอญ’

 “สะพานมอญ” หรืออีกชื่อเต็มๆเรียกว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ซึ่งว่าถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี สะพานแห่งศรัทธาที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ที่นี่  ด้วยความสงบและความเป็นกันเองของคนที่นี่ มักจะมีนักท่องเที่ยวหลังไหลพากันมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมกับชมวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญอยู่เสมอ ซึ่งหากใครได้มาแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาเป็นที่ระลึกด้วยนะคะ

 

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

สูดอากาศให้เต็มปอด เดินชิลชมธรรมชาติ ไหว้พระอิ่มบุญ @เมืองคอน นครศรีธรรมราช

พูดถึงเมืองคอน หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดที่ถือได้ว่าใหญ่เป็นอันดับสองของภาคใต้ และยังมีเรื่องราวในอดีตอีกมากมาย อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในประเทศเลย เชื่อว่าหลายๆคนที่ได้อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วจะต้องไม่อยากจะเชื่ออย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคอน นครศรีธรรมราชจะสวยจริงสมคำร่ำลือหรือไม่ ตามมาดูกันเลยค่ะ

‘แหลมตะลุมพุก’

                แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครหลายคนนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี  ซึ่งจุดเด่นคือ ชายหาดรูปพระจันทร์เสี้ยว ทอดยาวขนานไปกับต้นสน ถ้าได้มองจากมุมสูงแบบนี้ล่ะก็สวยมาก  โดยความยาวโค้งของชายฝั่งทะเลแนวเหนือ-ใต้  ด้านหนึ่งของแหลมรับลมทะเลจากฝั่งอ่าวไทย ส่วนอีกด้านรับคลื่นลมในฝั่งอ่าวปากแม่น้ำปากพนัง ที่นี่เป็นแหล่งรวมวิถีชีวิตที่หลากหลายเลยนะคะ ทั้งชาวอิสลาม  ชาวจีน ชาวพื้นเมือง และถึงแม้ในอดีตแหลมตะลุมพุกจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากพายุ  แต่ภาพความสวยงามของชายหาดนั้น ก็ทำให้แหลมตะลุมพุกแห่งนี้กลับมาสดใสและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ที่ตั้ง ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง นครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

 ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

                พระอารามหลวงชั้นเอก เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จุดเด่นของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารแห่งนี้ คือยอดของพระเจดีย์จะถูกหุ้มด้วยทองคำแท้ค่ะ นอกจากความงดงามที่ดึงดูดผู้คนให้มากราบไหว้สักการะแล้ว พระอารามแห่งนี้ก็ยังแฝงไปด้วยความมหัศจรรย์ค่ะ เพราะไม่ว่าพระอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางไหน พระเจดีย์ก็จะไม่มีเงาทอดลงพื้นเลยหากใครไม่เชื่อต้องไปดูให้เห็นกับตาแล้วค่ะ

ที่ตั้ง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

 ‘อุทยานพระพุทธศาสนา’

อุทยานพระพุทธศาสนา  หรือ วัดนิรนาม ที่หลายๆคนมักเรียกกัน  ภายในอุทยานจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่กลางลานกว้าง ซึ่งมีทั้งองค์สีขาว สีทอง และแบบปูนที่สร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี  เรียงกันเป็นแถวยาว และในช่วงเวลาเย็นยามพระอาทิตย์ตกดินจะมีแสงปรากฏขึ้นหลากสีเป็นฉากหลังองค์พระพุทธรูปขึ้น ทำให้ดูแล้วเหมือนกับมีเวทมนต์ออกมาเลยค่ะ

ที่ตั้ง อำเภอทุ่งใหญ่  จังหวัดนครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

‘หมู่บ้านคีรีวง’

                อีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะพลาดไม่ได้เลยกับ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านโบราณที่อยู่กันมาแล้วกว่า 300 ปี และยังขึ้นชื่ออีกว่าเป็นสถานที่ที่มีอากาศดีที่สุดเลยก็ว่าได้

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของที่นี่ก็คือสายน้ำที่เย็นฉ่ำมาพร้อมกับต้นไม้เขียวที่โอบล้อมอยู่รอบตัว  และวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ  รวมถึงถนนโล่งๆ ที่นานทีถึงจะมีรถใหญ่ขับผ่านสักครั้ง ทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่ ที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจมากเพราะทั้งเงียบและสงบ

ที่ตั้ง ตำบลกำโลน  อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

‘น้ำตกกรุงชิง’

            น้ำตกกรุงชิง เป็นน้ำตกขนาด 7 ชั้น ที่เรียกได้ว่าเป็นน้ำตกอันดับแรกๆที่สวยงามที่สุดของนครศรีธรรมราชเลยก็ว่าได้ โดยชื่อ ‘กรุงชิง’ นั้นได้มาจาก ‘ต้นชิง’ ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในเขตนี้ที่แต่เดิมนั้นเคยมีประวัติศาสตร์ที่ว่าเคยเป็นที่ตั้งของกลุ่มคอมมิวนิสต์ แต่ในปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและยังมีเส้นทางให้เดินศึกษาธรรมชาติของป่าอีกด้วยนะ ทำให้ที่นี่มีผู้คนมาท่องเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

หาดขนอม’

           หาดที่มีชื่อเสียงไม่แพ้หาดอื่นเลยของนครศรีธรรมราช ‘หาดขนอม’ ซึ่งมีความโดดเด่นคือ มีหาดทรายที่ยื่นยาวออกไปในทะเลคู่กับทิวสน มีปะการังสวยงามและอุดมสมบูรณ์ รอบเกาะมีชายหาดและน้ำใส เหมาะสมกับกิจกรรมดำน้ำดูปะการังและเล่นน้ำ นอกจากนี้เรายังสามารถพบกับน้องโลมาสีชมพูได้อีกด้วยนะ

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ หมู่1 ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

ไปพัทลุงสัมผัสธรรมชาติ ที่อำเภอศรีปากประ

อีกหนึ่งเมืองรองที่น่าไปเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆเลยก็คือ จังหวัดพัทลุง นั่นเองค่ะ ถือว่าเป็นหนึ่งจังหวัดในภาคใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวยๆ นะคะ เพราะที่จังหวัดพัทลุง อำเภอศรีปากประ แห่งนี้ยังมีแหล่งธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ให้เราได้ชื่นชมกันอีกด้วย เชื่อว่าจะต้องเป็นสถานที่ ที่ถ้าได้ลองมาเที่ยวดูแล้วจะต้องติดใจแน่นอนเลยค่ะ ซึ่งในวันนี้แอดมินมีสถานที่ท่องเที่ยว กินลม ชมวิว ชิลๆ มาแนะนำจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

“ทะเลน้อย หรือ อุทยานนกน้ำทะเลน้อย”

ทะเลน้อย”  ถือว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจังหวัดพัทลุงที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และนกน้ำนานาชนิด แถมยังขึ้นชื่ออีกว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนก คนที่ชอบชมป่าล่องเรือกลางทะเลสาบเพลินๆ

ยิ่งได้มาช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะต้องประทับใจมากๆแน่นอน  เพราะเหมาะแก่การมาล่องเรือชมบัวเป็นอย่างมากเลยค่ะ

ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่บัวสายกำลังเติบโตเต็มที่ และจะสวยเป็นพิเศษเลยล่ะ

มีน้องๆ “ควายน้ำ” ออกมาว่ายน้ำเล่นและหากันด้วย แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะคะว่าน้องๆเป็นสัตว์น้ำ ถึงแม้น้องจะดำน้ำกันเป็นว่ายน้ำกันเก่งแค่ไหน  น้องก็เป็นควายปกตินี่แหละค่ะ แค่ปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติและแหล่งหาอาหารรอบตัว โดยเมื่อน้ำในทะเลสาบลดต่ำไปจนถึงแห้งขอดในบางช่วงจนมีพื้นดินโผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้น น้องควายพวกนี้ก็จะขึ้นมาและเล็มหญ้ากินบนบก แต่เมื่อยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูง ท่วมทุ่งหญ้า ท่วมแหล่งหากิน น้องควายก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน โดยจะพร้อมใจกันลงไปหากินภายในน้ำจนทำให้ผู้คนเรียกว่า “ควายน้ำ”  นั่นเอง

“สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ”

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของจังหวัดพัทลุง ก็คือ “สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ” ค่ะ นอกจากจะเป็นสะพาน 2 จังหวัด เชื่อม จังหวัดพัทลุงและสงขลาแล้ว ยังเป็นสะพานสองทะเลอีกด้วย  เพราะสะพานของถนนสายนี้สร้างผ่านทั้ง ทะเลน้อย และ ทะเลสาบสงขลาเลยล่ะ  ซึ่งในระหว่างทางของสองฟากฝั่งนั้นก็ยังสามารถมองวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างกว้างขวางอีกด้วยค่ะ เห็นแบบนี้ต้องคว้ากล้องมาลั่นชัตเตอร์สักรูปสองรูปแล้วล่ะ

“คลองปากประ”

สุดท้ายนี้หากใครที่มาเที่ยวทะเลน้อยแล้ว แต่ไม่ได้มาแวะเที่ยว “คลองปากประ” ละก็จะถือว่าพลาดมากๆ คลองปากประถือว่าเป็นคลองแห่งวิถีชีวิต ที่โดดเด่นไปด้วยการทำประมงพื้นบ้านโดยการ ‘ยกยอยักษ์’ โดยชาวบ้านจะหย่อนยอยักษ์ลงในลำน้ำประมาณ 5 นาทีแล้วยกขึ้นมา ภายในยอจะได้สัตว์น้ำต่าง ๆ ติดขึ้นมา จากนั้นชาวบ้านก็จะนำกระชอนไม้ยาวไปช้อนปลาในยอขึ้นมา แล้วหย่อนยอลงไปในน้ำเพื่อทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ปลาเป็นที่พึงพอใจค่ะ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยว ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อำเภอศรีปากประ  จังหวัดพัทลุง ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารในบริเวณรอบๆให้บริการอีกจำนวนมากเลยนะคะ  หากใครที่ต้องการชื่นชมธรรมชาติสงบๆ ก็ต้องลองมาสักครั้งแล้วล่ะรับรองว่าติดใจแน่นอน

 

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

“เกาะแสมสาร” ทดลองเปิดท่องเที่ยวแล้ว !! จองผ่านออนไลน์ได้เลย

“เกาะแสมสาร”  จังหวัดชลบุรี ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเล ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ และสวยงามทางใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก จนเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ ในการมาดำน้ำดูปะการังใต้ทะเล โดยมีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย บนเกาะแสมสารเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ทางทะเลที่น่าสนใจ

นอกจากนี้นะคะ  เกาะแสมสารยังเป็นชุมชนประมง ที่มีร้านอาหารทะเลเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีที่พักและรีสอร์ตตามแนวชายหาดให้ได้เลือกอีกมากมาย  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ “เกาะแสมสาร”  เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมเดินทางมาเที่ยวกันไม่ได้ขาดสายเลยละค่ะ

และตอนนี้ “เกาะแสมสาร” ก็พร้อมทดลองเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแล้วนะคะ โดยเริ่มเปิดตั้งแต่วันที่ 13-14 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา  และมีจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ 300 คน ซึ่งจะต้องจองผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ที่เฟซบุ๊ค  https://www.facebook.com/KohSamaesarn/

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์
038-432471, 038-432473,038-432475

***หมายเหตุ***
ยังไม่รับนักท่องเที่ยว Walk in นะคะ ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพ เรายังคงต้องรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

10 ที่พักติดหาดทะเลสวย วิวดี ถ่ายรูปเก๋ รับรองว่าปังแน่!!

ถึงแม้จะเข้าฤดูฝนแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังรู้สึกเหมือนฤดูร้อนตลอดเวลา ร้อนๆแบบนี้ก็ต้องไปทะเลสิคะ หยิบบิกินี่กันให้พร้อมเลยสาวๆ แล้วไปเฉิดฉายกันที่ชายหาด วันนี้แอดมินจะแนะนำ 10 ที่พักติดทะเลหาดสวย วิวดี ถ่ายรูปแล้วเก๋ รับรองเลยว่าต้องออกมาปังแน่นอนค่ะ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

‘บ้านอิ่มสุขรีสอร์ท หาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี’

อีกหนึ่งรีสอร์ทติดริมทะเลที่ทุกคนห้ามพลาดเลย กับ บ้านอิ่มสุขรีสอร์ท ตั้งอยู่ริมหาดเจ้าหลาด จังหวัดจันทบุรี บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ และสายลมของธรรมชาติอันบริสุทธิ์  เหมาะแก่การมาพักผ่อนกันแบบครอบครัว หรือจะมาแบบเป็นกลุ่มแก๊งค์ก็น่าสนุกไม่แพ้กัน เพราะที่นี่มีพื้นที่สำหรับให้จัดกิจกรรมสันทนาการริมทะเลได้อีกด้วยนะ สำหรับสาวๆที่ต้องการภาพสวยๆสักภาพไม่ต้องห่วงเลยค่ะ คุณสามารถเดินออกจากบ้านพักมาไม่กี่ก้าวก็แชะภาพริมทะเลได้เลย

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘โรงแรม แอทที บูทีค จ.ประจวบคีรีขันธ์’

ใครที่มองหาที่พักชิลๆติดริมทะเลก็ขอให้ โรงแรม แอทที บูทีค  คลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะไปกันนะคะ  โรงแรมหรูอยู่ติดริมทะเลบรรยากาศนั้นชิลและมีความเป็นส่วนตัวสุดๆเลยละค่ะ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำริมทะเลที่เราสามารถว่ายน้ำไปและขึ้นมานอนอาบแดดชมวิวสวยๆและวิถีชีวิตของชาวประมงที่มักจะออกเรือไปหาปลาละแวกนั้นได้อีกด้วยนะ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘กรีน แกลเลอรี่ บีช บูทีค โฮเทล จ.ประจวบคีรีขันธ์’

หัวหินอีกสถานที่พักตากอากาศที่ยังคงฮิตตลอดกาลเสมอ แต่ถ้าจะหาที่พักเก๋ๆบรรยากาศดีๆก็ต้องนึกถึง ‘กรีน แกลเลอรี่ บีช บูทีค โฮเทล’ เลยนะ โรงแรมติดทะเลอยู่ใจกลางหัวหิน เดินทางมาได้แสนง๊ายง่าย เพียงแค่ขับรถมาตามซอยหัวหิน 51 จนเกือบสุดซอยก็จะเจอที่พักเก๋ๆแห่งนี้แล้วล่ะ การตกแต่งด้านในโรงแรมเรียกได้ว่าถ้าได้เห็นจะต้องอ้าปากค้างอย่างแน่นอนเลย เพราะว่ามีความวินเทจมากๆ ถ้าได้มาพักที่นี่นอกจากจะได้ภาพริมทะเลสวยๆแล้ว ก็ยังได้ภาพคู่กับด้านในโรงแรมอีกหลายภาพแน่นอนเลยค่ะ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘เซ็นทารา ชานทะเล รีสอร์ท แอนด์ วิลลา จ.ตราด’

พูดถึงโรงแรมเครือเซ็นทารา ก็ต้องมาพร้อมกับความหรูหราอย่างแน่นอน แต่ราคาไม่แรงเลยนะ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  แถมยังมีชายหาดให้เราสามารถลงไปเดินชิลๆรับลม ถ่ายรูปสวยๆกับน้ำทะเลใสๆได้อีกด้วย ตกเย็นมานั่งชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลก็โรแมนติกเหมือนกันนะคะ ยิ่งถ้าได้มากับคนรักด้วยเนี่ยรับรองว่ามีความทรงจำดีๆร่วมกันเยอะแน่นอน ที่ตั้งของโรงแรมนั้นถึงแม้ทางเข้าอาจจะดูไกลไปเสียหน่อย แต่รับรองเลยว่าคุ้มแน่นอนค่ะเมื่อไปถึงและได้สัมผัสกับบรรยากาศ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘ซีเชลล์ วิลเลจ รีสอร์ท จ.จันทบุรี’

อยากไปนอนฟังเสียงคลื่นกระทบหาดทรายอย่างใกล้ชิด ต้องมาที่ ซีเชลล์ วิลเลจ รีสอร์ท เลยนะคะ รับรองว่าฟินแน่นอนค่ะ เพราะที่นี่เป็นบ้านพักที่ติดกับริมทะเล คุณสามารถก้าวขาลงจากบ้านพักปุ๊บ ก็ถึงทะเลปั๊บเลยละค่ะ เปลี่ยนชุดเป็นบิกินี่สวยๆลงมาแอ็คท่าถ่ายรูปได้ไม่ต้องอายใครเลย แถมหาดยังส่วนตัวสุดๆอีกไม่ต้องกลัวใครติดเข้ามาในเฟรมเลย แหละ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘เดอ เจ้าจอม หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์’

ที่พักชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ สายถ่ายรูปเนี่ยห้ามพลาดเลยขอบอก ติดริมทะเลหัวหิน มีห้องพักให้เลือกทั้งแบบ พูลวิลล่า บ้านหลังใหญ่แบบ 4 คน หรือจะเป็นวิลล่าสไตล์วินเทจคลาสสิค ให้ได้เลือกพักกันได้เลย มุมให้ถ่ายรูปก็เรียกได้ว่า เยอะมากจัดเต็ม ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็สวยน่าถ่ายรูปด้วยไปหมดเลย บรรยากาศก็เงียบสงบ มีสระว่ายน้ำที่กับติดทะเลแต่ถ้าไม่อยากลงเล่นน้ำ ก็มานอนเล่นชิลๆริมสระฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งได้นะชิลสุดๆ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

‘พัทยา โมดัส บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท จ.ชลบุรี’

อีกหนึ่งรีสอร์ทที่เรียกได้ว่าใกล้กรุงเทพเป็นอย่างมากกับพัทยา โมดัส บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท ที่พักสุดเท่สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่ตกแต่งมาในโทนสีดำ มีแรงบันดาลใจจากหน้าผาริมทะเลและผสมผสานเข้ากับความทันสมัยแบบใหม่  ตั้งอยู่ที่ในซอยนาเกลือซอย12 ริมหาดพัทยาเหนือที่มาพร้อมกับวิวพระอาทิตย์ตกส่วนตัว ตกเย็นเดินไปถ่ายรูปสวยๆริมทะเลได้เลย

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

อมรพันธ์ วิลล่า ระยอง จ.ระยอง’

รีสอร์ทอยู่ติดทะเล มีบ้านพักมากถึง 56 หลัง โดยแต่ละหลังก็จะมีการออกแบบที่แตกต่างกันไป เหมาะสำหรับครอบครัว กรุ๊ป หรือจะแก๊งเพื่อนก็ไม่ต้องห่วงเลยเพราะว่ามีห้องรับรองเยอะมาก ด้านในรีสอร์ยังมีร้านขายของที่ระลึก มินิมาร์ท และร้านขายกาแฟสดให้บริการอีกด้วยนะคะ ช่วงเย็นออกมาชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลเดินเล่นถ่ายรูปก็ได้บรรยากาศตอนกลางคืนทางรีสอร์ทเปิดไฟสวยสุดๆไปเลย


❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘เจ้าหลาว คาบาน่า รีสอร์ท จ.จันทบุรี’

อยากจะพักผ่อนนอนแช่น้ำชิลๆ แต่ไม่อยากไปไหนไกลๆก็ต้องมาที่นี่เลยนะ เจ้าหลาว คาบาน่า รีสอร์ท ที่อยู่ติดกับริมหาดเจ้าหลาวเลย ขับรถตรงมาจากกรุงเทพแค่ 3 ชั่วโมงเอง เข้ามาถึงด้านหน้ารีสอร์ทก็จะเจอกับป้ายใหญ่ตระการตาเลยล่ะ ไม่ต้องกลัวหลงเลย บรรยากาศของที่นี่ก็ร่มรื่นมากมีสวนหย่อมกว้างๆให้ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลาย สระว่ายน้ำติดหาดเจ้าหลาวมานอนแช่น้ำชิลๆ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยแบบนี้ก็ฟินไม่แพ้กันนะ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

‘อนันตศิลา วิลลา บาย เดอะ ซี จ.ประจวบคีรีขันธ์’

ปิดท้ายด้วยที่พักแสนสงบ กับ อนันตศิลา วิลลา บาย เดอะ ซี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการตกแต่งอย่างหรูหราเหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจมากๆ บรรยากาศก็แสนร่มรื่นมีพื้นที่สีเขียวของต้นไม้อยู่รอบไปหมด มีสระน้ำที่กว้างขางและมีห้องพักให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งสวีทเพ้นเฮาส์ แบบครอบครัว แบบอพาร์ตเม้น หรือจะแบบที่พาน้องหมาไปนอนด้วยก็ได้นะ มีห้องอาหารริมทะเลสามารถทานข้าวไปพร้อมกับชมวิวสวยๆและรับไอทะเลได้อย่างสดชื่นเลยล่ะ

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

รวม 4 เกาะทะลุสุดฮอตในไทย ถ้าได้ไปไม่งงแน่

 เป็นที่ทราบกันดีว่าทะเลประเทศไทยนั้นสวยไม่แพ้ชาติใดในโลก และยิ่งตามหมู่เกาะต่างๆนั้น น้ำทะเลก็ใสเสียจนมองลงไปแล้วเหมือนกับกระจกเลย มาพร้อมกับหาดทรายขาวที่ชวนให้เท้าได้ลงไปสัมผัสเป็นอย่างมาก แต่นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากกับการที่ธรรมชาติรังสรรค์มาให้เราได้เชยชม นั่นก็คือ เกาะทะลุ นั่นเองค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นเองใครหลายคนอาจจะมีความสงสัยหรือเคยเถียงกับเพื่อนๆว่าเกาะทะลุนั้น อยู่ที่จังหวัดอะไรกันแน่  บ้างก็ว่า อยู่จังหวัดระยอง หรือจังหวัดชุมพรกันแน่ วันนี้แอดมินจะมาไขข้อข้องใจกันให้ทุกคนได้รู้ว่าเกาะทะลุในประเทศไทยจริงๆแล้วมีอยู่ที่จังหวัดไหนกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลยค่ะ

เกาะทะลุ ชุมพร

ขอบคุณภาพจาก wongnai

                 พูดถึงเกาะทะลุก็ต้องนึกถึงจังหวัดชุมพร เป็นสถานที่แรกใช่ไหมคะ?  เกาะทะลุ จังหวัดชุมพร เป็นเกาะหินปูนขนาดเล็ก ที่มีโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายถ้ำ และอยู่คร่อมบนผิวน้ำ ซึ่งเราสามารถมองลอดทะเลหรือว่ายน้ำไปยังฝั่งตรงข้ามได้เลย แถมยังมีปะการังขนาดใหญ่กระจัดกระจายไปทั่ว ถึงแม้แนวปะการังที่นี่จะเล็กนะคะ แต่จุดเด่นของการที่ได้มาดำน้ำที่เกาะทะลุ คือจุดดำน้ำที่อยู่ลึก เป็นแหล่งชุมนุมของปลาใหญ่ เช่น ฝูงสลิดทะเล ปลากล้วย และในบางครั้งอาจพบฉลามหูดำด้วยนะ แบบนี้ต้องลองมาสักครั้งแล้วค่ะ

เกาะทะลุ ระยอง

                 เป็นอีกหนึ่งเกาะที่มีลักษณะเด่นไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นเลย กับเกาะทะลุที่จังหวัดระยอง ซึ่งความโดดเด่นของที่นี่คือความแปลกของธรรมชาติ อันเป็นที่มาของชื่อเกาะนั่นเองค่ะ โดยบริเวณด้านทิศเหนือจะเป็นแหลมที่มีผาหินคล้ายกับสะพานธรรมชาติ และช่วงกลางจะมีช่องกว้างทำให้น้ำทะเลสามารถลอดไปได้  แถมที่นี่ยังมีปะการังที่อุดมสมบูรณ์อยู่รอบๆเกาะอีกด้วยนะ เหมาะแก่การมาดำน้ำลึกมากๆเลยละค่ะ

ขอบคุณภาพจาก traveleastthailand

เกาะทะลุ ประจวบคีรีขันธ์

ขอบคุณภาพจาก Sanook

                 อีกหนึ่งเกาะทะลุที่หลายคนรู้จักกันอย่างแน่นอน นั้นก็คือ เกาะทะลุจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง ซึ่งที่นี่เป็นเกาะขนาดเล็กที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติของลมและน้ำทะเล ที่กัดเซาะจนสามารถมองเห็นทะเลอีกด้านหนึ่งได้ จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะ โดยบริเวณรอบเกาะนั้นเต็มไปด้วยปะการังน้ำตื้นสีสวย ที่มาพร้อมกับหาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมากเลยนะคะ  อีกทั้งยังสามารถมาทำกิจกรรมต่างๆได้อีกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำดูปะการัง พายเรือคายัก หรือจะเล่นเรือใบ ก็ทำได้ทั้งหมดเลย

เกาะไข่ สตูล

            อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะว่ารวมเกาะทะลุ แต่ทำไมถึงมีชื่อเกาะไข่  แม้ว่าชื่อเกาะจะไม่ได้ทะลุ แต่ว่าเกาะไข่แห่งนี้ธรรมชาติก็ได้สรรสร้างให้ทะลุ จนมีช่องสำหรับเดินลอดไปได้ ซึ่งทำให้มีลักษณะเหมือนกับ ซุ้มประตูหินเลยค่ะ ซุ้มประตูหินที่ว่านี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กๆแต่ก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลพากันมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสายเลยนะคะ ว่ากันว่าแล้วที่เกาะไข่แห่งนี้ก็มีความเชื่อว่าหากคู่รักคู่ใดได้ลอดซุ้มประตูหินนี้ จะสมหวังในความรัก และครองคู่กันอย่างมีความสุข จึงทำให้วันที่14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์นั้น มักมีการจัดงานวิวาห์บน เกาะไข่ โดยจะมีพิธีลอดซุ้มประตูหินและจดทะเบียนสมรสขึ้นเป็นประจำทุกปีเลยละค่ะ เห็นแบบนี้แล้วต้องลองจับมือคนข้างๆไปลอดซุ้มบ้างแล้วละนะ

                ทั้งหมดนี้ก็คือเกาะทะลุ ของประเทศไทยที่เราหยิบยกมาแนะนำกันนะคะ เชื่อว่าน่าจะไขข้อข้องใจให้หลายๆคนไปได้บ้างแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรนั้นที่ยกมาทั้งสี่ที่นี้ อาจจะยังไม่ครบทั้งประเทศไทยก็ได้นะ ซึ่งเกาะทะลุอาจจะมีอยู่ที่จังหวัดอื่นๆอีกก็ได้  แบบนี้ถ้าใครได้ไปดูสิ่งมหัศจรรย์สวยๆอย่างเกาะทะลุมาแล้วก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

 

» เรียบเรียงโดย www.hotelandresortthailand.com

เกาะเต่าที่ใจเราต้องการ สุขเหมือนลอยได้ที่ “Blue Heaven Resort Koh Tao”

กรี๊ดสลบ ดีใจ คลายล็อคดาวน์แล้ว ร่างกายโหยหาVitamin Sea แบบนี้ต้องหาที่ผ่อนคลายแล้วหล่ะ แล้วที่ไหนล่ะจะเที่ยวได้สนุกๆช่วงนี้ ถ้าไม่ใช่ที่เกาะเต่า เพราะโซนนั้นอากาศดีสุดๆช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม เที่ยวได้ยันปลายปี จะอาบแดด ดำน้ำ ว่ายน้ำ ได้ทั้งนั้น บรรยากาศที่เกาะเต่าเป็นใจมาก อย่ารอช้าแพคกระเป๋าไปเกาะเต่ากันเลย สำหรับที่พักเราเน้นวิวสวยฟิน และของกินอร่อยๆ เลยพักที่ “Blue Heaven Resort Koh Tao”

English version >> http://hotelandresortthailand.com/read/?p=48293

มาเกาะเต่าไม่ได้มาชมวิวที่นี่เสียดายแย่ วิวแบบนี้เห็นแล้วสตั้นท์แบบตะลึงไปเลย น้ำสีฟ้าใสไล่เฉดกันไปตั้งแต่ฟ้าอ่อนจนน้ำเงินเข้ม พอแสงอาทิตย์ตกกระทบน้ำทะเลพราวแสงระยิบระยับ ลมโกรกพัดโชยเบาๆ ให้นั่งตรงนี้ทั้งวันยังได้เลย

welcome drink ที่ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง อัญชัญน้ำมะนาว จิบไปชมวิวไป จุดนี้จะเป็นทั้งล็อบบี้ ห้องอาหาร และจุดชมวิว

มื้อกลางวันขอฝากท้องที่ห้องอาหารของรีสอร์ท ตกแต่งแบบวินเทจ มีของสะสม ของเก่าให้ดูเยอะเชียว

กลิ่นความอร่อยเริ่มมา ชวนหิว กับข้าวทุกอย่างปรุงสดใหม่ อาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้รสจัดจ้าน อาหารไทยภาคกลาง มีให้เลือกหลายเมนู อาหารอร่อยมาก อาจจะเป็นเพราะว่าชอบรสจัดด้วย

ส่วนขนมหวานประทับใจสุดๆ หอมมัน หวานนุ่มละมุนละไม

ห้องพักของเราเป็นห้องสไตล์ดูเพล็ก มี2 ชั้น ชั้นล่างมีเตียงนอน 1 เตียง เข้าใจว่าสำหรับการมาพักผ่อนท่านที่ 3 ก็นอนชั้นล่างได้เลยโดยไม่ต้องเสริมเตียง ห้องน้ำอยู่ชั้นนี้ด้วย มีระเบียงชมวิวสวยสลบ ห้องนอนชั้นบนน่านอนตรงที่เป็นฟูกหนานุ่ม มองเห็นวิวทะเลแบบ 180 องศาจากเตียงนอน มันได้ฟีลที่พักแบบ tropical วิลล่า พักผ่อนกลางป่า เบื้องหน้าเป็นทะเล

บรรยากาศรีสอร์ทร่มรื่น มาที่นี่เหมือนได้ออกกำลังกาย เกาะเต่าจะมี signature อย่างหนึ่งคือเดินขึ้นเนิน เพราะที่พักจะอยู่บนเนินเขา แต่ยอมค่ะเดินก็ยอม เพราะที่พักที่อยู่บนเนินสูงจะเห็นวิวทะเลได้สวยมากๆ

ใกล้ๆรีสอร์ทมีจุดชมวิวที่สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า แม้ว่าแดดจะร้อน แต่อย่ายอมแพ้ เพราะแดดจัดๆ ถ่ายรูปได้สวยสุดๆไปเลย หากไปพักสอบถามเรื่องท่องเที่ยวบนเกาะกับเจ้าของรีสอร์ทได้เลย แนะนำดีมาก เราได้ทิปส์การท่องเที่ยวเกาะเต่าเยอะเลย

อีกจุดแนะนำคือจุดชมวิว West Coast ตรงนี้จะเป็นอีกจุดชมวิวที่ได้รับความนิยม หินสองก้อนพิงกัน เดินผ่านช่องหินไปจะเป็นลานกว้างไว้นั่งชมวิว

มื้อเย็นของเราวันนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปที่ร้านพิซซ่า เป็นพิซซ่าแบบอิตาเลียนแท้ๆ เสิร์ฟมาถาดใหญ่มาก มาเกาะเต่าอยากทานพิซซ่าเชิญร้านนี้นะคะ ไม่ผิดหวัง

อาหารเช้าที่ “Blue Heaven Resort Koh Tao” เป็นแบบ a la carte แต่จัดมาแน่นจุกๆ อาหารอร่อยเหมือนเดิม นั่งทานอาหารเช้ากับวิวทะเลแบบนี้ นี่แหละวันพักผ่อนที่โหยหา

“Blue Heaven Resort Koh Tao” การเดินทางเที่ยวรอบเกาะ ใครขี่มอเตอร์ไซต์แข็งหน่อย จะสนุกมาก เช่าขี่รอบเกาะเลย ไปเที่ยวหาดทรายรี ชมสีสันบรรยากาศเกาะเต่าในย่านคึกคักๆดูบ้าง ที่นี่คนมาเที่ยวหุ่นดีกันทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ นักท่องเที่ยวส่วนมากที่มาจึงฟิตแอนด์เฟิร์มกัน

คาเฟ่เก๋ๆบนเกาะเต่าก็มี

สำหรับทริปดำน้ำแนะนำไปกับ “เกาะเต่าไดมอนด์ทัวร์” ราคาไม่แพง ได้ดำน้ำเกาะเต่า 5 จุด ที่เป็นไฮไลท์ มีไปเกาะนางยวนซึ่งสวยมากๆ มาเกาะเต่าอย่าพลาดไปเที่ยวชมเกาะนางยวน นอกจากนี้ยังพาไปดำน้ำ แมงโก้เบย์ อ่าวหินวง อ่าวลึก อ่าวฉลาม จะบอกว่าเราเห็นทั้งเต่าโฉบมา และฉลามตัวเล็กๆที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนว่ายมาทักทาย แต่ถ่ายรูปไม่ทัน

สำหรับเราเกาะเต่า เป็นเกาะเล็กๆที่มหัศจรรย์มาก มันมีความชิลแบบเที่ยวได้เรื่อยๆ ไม่แปลกใจหากใครมาแล้วครั้งหนึ่งอยากอยู่ต่อไปนานๆ หรือวนกลับมาเที่ยวซ้ำๆ  ทั้งทะเลสวย หาดทรายขาวละเอียด ธรรมชาติสมบูรณ์ อาหารอร่อย แบบนี้ไงล่ะถึงได้หลงรักเกาะเต่า

จองห้องพัก/สอบถามเพิ่มเติม
❀ โทร 077 456 462
❀ อีเมลล์: blueheavenresort@gmail.com
❀ เว็บไซต์: http://www.newheavenkohtao.com
❀ เฟซบุ๊ค: https://www.facebook.com/blueheavenkohtao
❀ พิกัด: Koh tao Ban Ko Tao, Chumphon, Thailand 84360

» รีวิวโดย www.hotelandresortthailand.com

เรื่องราวท่องเที่ยว By Hotel&Resort